กองทุนไทย (สถาบัน) กับ มาบตาพุต

Posted on ธันวาคม 2, 2009

0


นอกจากเรื่อง IT, Marketing แล้ว ผมยังสนใจเรื่องการลงทุนในหุ้นอีกด้วย น้องๆ ที่ Office ก็เรียกร้องให้เล่า ให้เขียน อะไรสนุกๆ เกี่ยวกับการลงทุนบ้าง ผมจึงตั้ง หมวดหมู่ใหม่มา ชื่อว่า Investment ใครอยาก รู้ว่า ผมคิดอย่างไรกับเรื่องหุ้น และ การลงทุน ก็สามารถติดตามอ่านได้ครับ

ประเดิมด้วยการสังเกตสองวันมานี้ วันที่ 1 และ 2 ธันวาคม 2552 โดยในวันอังคารที่ 1 หุ้นไทยปิดบวก 20 จุด โดยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่ม ปตท (PTT,PTTEP,PTTAR,TOP,PTTCH) และ ปูนซีเมนต์ไทย (SCC) เข้ามาอย่างมากมาย เนื่องจากในวันพุทธ ที่ 2 ธันวาคม 2552 ศาลปกครองจะชี้ขาดคดีมาบตาพุต โดยยอดซื้อขายในวันที่ 1 ธันวาคม ปรากฏว่า  สถาบัน และ โบรกเกอร์ ไล่ซื้อ กันสนุกมือ กลุ่ม ละพันกว่าล้าน รายย่อย ขายสองพันกว่าล้าน

แต่มาวันนี้ วันที่ 2 ธันวาคม 2552 ปรากฏว่า หุ้นร่วงแรง กว่า 17 จุด (เรียกว่า เกือบๆ กลับไปที่เดิมเลย) และเมื่อผมตรวจสอบ การซื้อขายประจำวัน พบว่า สถาบันขายสุทธิออกมา 800 ล้านบาท … จุดนี้เอง ทำให้ผมคิดในใจว่า ทำไม สถาบันเล่นเก็งกำไรกันอย่างนี้หนอ (ประกอบกับ ผมได้รับทราบข้อมูลว่า บางกองทุน มีต้นทุนในการบริหารสูงมากๆ ทำให้กำไรของกองทุนออกมาน้อยมาก และเมื่อตรวจสอบใน งบกำไรขาดทุน พบว่า ค่าคอมมิชชัน สูงมากๆ) … ตรงนี้ ทำให้นึกเลยว่าหุ้นไทยมันไม่ค่อยไป ก็เพราะสถาบันเรากันเองนี่แหละ (เมื่อก่อนก็เคลือบแคลงใจเสมอมา ว่า คำว่าสถาบัน สมัยก่อน มันรวมโบรกเกอร์ด้วย และพวกนี้มักเล่นรอบกันจัดทีเดียว เดี๋ยวนี้ กลต ให้แยกการซิ้อขายสิ้นวัน ของสถาบัน กับ โบรกเกอร์ออกจากัน เลยยิ่งทำให้เห็นชัดเจนมากขึ้น ว่า พี่ สถาบันหรือกองทุนก็เอากับเขาด้วย) ที่เล่น กันชนิดสั้นสุดๆ มิน่า ทำให้การบริหารต้นทุนของกองทุนทำได้ ไม่ค่อยดีนัก เพราะ ดันเล่นเก็งกำไรกันสุดๆ

สรุปสั้นๆคือว่า  หุ้นไทย เป็นหุ้นที่อาศัย ต่างชาติ (หัวดำ หัวขาว หัวแดง ไม่ทราบเหมือนกัน) เป็นกลุ่มผลักดันทิศทาง มากกว่า สถาบัน และ โบรกเกอร์ … ผมสังเกตและสมมติฐานแบบนี้มานาน ผมเลยเริ่มศึกษา ค่าเงิน ว่า มันแปรผันกับหุ้นอย่างไรกัน บ้าง … ซึ่งก็ได้ข้อสรุปบางอย่างจากมันเหมือนกัน ไว้จะเล่าให้ฟังวันถัดๆ ไปครับ

Advertisements
ติดป้ายกำกับ: , , , ,
Posted in: Investment